คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ลิเวอร์พูล Manchester United 0 – 3 Liverpool

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ลิเวอร์พูล Manchester United 0 – 3 Liverpool

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก แมนยู 0-3 ลิเวอร์พูล

Manchester United 0-3 Liverpool

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2557

Highlights

0-1 Gerrard (pen) (34′) // 0-2 Gerrard (pen) (46′) // 0-3 Suarez (84′)

กรรมการ มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ลิเวอร์พูล
0-1 สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 35′ (จุดโทษ)
0-2 สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 46′ (จุดโทษ)
0-3 หลุยส์ ซัวเรซ 84′

## ไฮไลท์ฟุตบอล ## สามารถดูได้บน Smart Phone:

[videojs mp4=”http://hdliveextra-pmd.edgesuite.net/HD/video_sports/358/993/140316_2759551_Highlights__Manchester_United_vs__Liverpool_mpx_1300.mp4″] ## Full Match ดูบอลย้อนหลัง ## สามารถดูได้บน Smart Phone:


============================


Manchester United vs Liverpool

 

 

 

เนมันย่า วิดิชกลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแทนที่คริส สมอลลิ่งที่หลุดออกจากทีมไปในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟด้านนักเตะคนอื่นยังเป็นชุดเดิมจากที่ถล่มเวสต์บรอมวิชเมื่อสัปดาห์ก่อนมี 3 ผสานแนวรุกอย่างฆวน มาต้า, เวย์น รูนี่ย์และโรบิน ฟาน เพอร์ซี่คอยทะลวงไส้คู่แข่งด้านลิเวอร์พูลเปลี่ยนนักเตะตำแหน่งเดียวเช่นกันเป็นโจ อัลเลนได้ลงมาคุมแดนกลางแทนฟิลิปเป้ คูตินโญ่โดยมีแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์และหลุยส์ ซัวเรซคอยปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งและมีชื่อของมามาดู ซาโก้และลูคัส เลว่ากลับมาอยู่บนม้านั่งสำรอง
3′
หริดมีลุ้นส่องก่อนเลย
ลิเวอร์พูลได้ลุ้นตั้งแต่ต้นเกมเลยในจังหวะที่เฮนเดอร์สันเห็นช่องก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์ที่วิ่งหนีโจนส์ตัวประกบมาได้แล้วแต่บอลมาเข้าเท้าขวาทำให้เขายิงได้ไม่ดีนักออกไปไกลแม้จะห่างจากประตูในระยะไม่กี่หลาเท่านั้น
8′
GJ ลากตัดมายิงเอง
“หงส์แดง”มีโอกาสยิงเป็นครั้งที่สองของเกมนี้โดยเป็นจังหวะที่บอลหลุดไปถึงจอห์นสันตรงริมเส้นด้านขวาก่อนเจ้าตัวพยายามเลี้ยงตัดเข้ามาหน้าปากเขตโทษก่อนได้ช่องยิงทว่าบอลไปติดบล็อคของวิดิชก่อนเข้ามือของเด เคอาที่รับเอาไว้ได้สบาย
15′
ผีเริ่มครองเกมหงส์รอสวน
เกมผ่านมา 15 นาทีแล้วเป็นทางฝั่งของยูไนเต็ดที่ครองเกมต่อบอลบุกกันได้ดีกว่าแต่ก็ยังไม่มีโอกาสง้างเท้ายิงเลยแม้แต่ครั้งเดียวส่วน”หงส์แดง”พยายามตั้งรับเหนียวแน่นและรอจังหวะสวนกลับเร็วเล่นงานแผงหลังเจ้าถิ่นซึ่งก็ยังขาดความแม่นยำในจังหวะสุดท้าย
18′
ผีส่องครั้งแรกโรบินยิงไม่ดี
“ปีศาจแดง”ได้โอกาสยิงในจังหวะแรกเมื่อฟาน เพอร์ซี่ได้บอลที่เปิดมาจากทางกราบซ้ายแต่บอลมันไปพันแข้งพันขาทำให้จังหวะยิงไปติดแอ็กเกอร์ก่อนจะได้ยิงอีกทีก็เบาเหลือเกินทำให้มิโญเล่ต์รับเอาไว้ไม่มีปัญหา
20′
หริดหลุดอีกไม่จ่ายดันยิงเอง
“หงส์แดง”ได้ลุ้นอีกแล้วเมื่อสเตอร์ริดจ์รับบอลแทงทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะตัดสินใจทำได้ไม่ดีเท่าไหร่พยายามล็อคบอลหนีโจนส์ก่อนที่จะดื้อยิงเองแทนที่จะส่งให้ซัวเรซหรือราฮีมที่รออยู่ทำให้บอลปลิ้นไม่ดีและออกหลังไปเท่านั้น
28′
เบาเกิน!อัลเลนฉกยิงเข้าซองเด เคอา
แม้จะครองบอลน้อยกว่าแต่จังหวะเข้าทำจะแจ้งอย่างเห็นได้ชัดสำหรับ”หงส์แดง”ที่มีดอกาสอีกครั้งเมื่อพวกเขาพยายามต่อบอลกันมาแล้วสเตอร์ริดจ์ไหลเข้ากรอบเขตโทษจะให้ซัวเรซแต่โดนสกัดแล้วบอลมาเข้าทางของอัลเลนที่เติมขึ้นมาพอดีได้ยิงไวแต่บอลเบาไปทำให้เด เคอารับสบาย
35′
ราฟาเอลแฮนด์บอลในเขต…หัวขิงยิงไม่เหลือ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาเสียจุดโทษพร้อมค่าโง่เมื่อสเตอร์ริดจ์โยนบอลมาให้ซัวเรซในกรอบเขตโทษด้านซ้ายจับบอลลงอย่างสวยทำให้ราฟาเอลที่ถลำไปแล้วจงใจใช้มือปัดบอลแคลทเท่นเบิร์กไม่ลังเลเป่าเป็นการฟาวล์ทันทีทว่าฟาบิโอยังรอดตัวไม่ได้ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงซึ่งลูกนี้เจอร์ราร์ดรับหน้าที่สังหารเองโดยแปเข้าไปทางขวามือส่วนเด เคอาพุ่งไปผิดทาง
37′
หัวฟูคิ้วแตกเลือดกระจาย
เกมต้องหยุดลงไปชั่วขณะเมื่อเจอร์ราร์ดไปปะทะกับเฟลไลนี่กลางอากาศทำให้ดาวเตะเบลเยี่ยมถึงกับเลือดคิ้วแตกลงมาอาบปากต้องให้แพทย์ลงมาปฐมพยาบาลนานหลายนาทีส่วน”หัวขิง”โดนใบเหลืองตักเตือนไปในเวลาต่อมา
42′
RVPได้ส่องติดหัวพี่คาร์ฟ
ยูไนเต็ดมีลุ้นบ้างเมื่อราฟาเอลลากบอลตลุยเองจนถึงหน้ากรอบเขตโทษแล้วจ่ายยัดไปให้ฟาน เพอร์ซี่พลิกหนีตัวประกบแต่แอ็กเกอร์ไม่หลงขยับมาชิดทันซึ่งหัวหอกดัตช์จำเป็นต้องยิงด้วยซ้ายแล้วไปติดหัวของสเคอร์เทลเปลี่ยนทางออกหลังไป
45′
น่าได้!หมูซัดเต็มมิโญเล่ต์เซฟงาม
“ปีศาจแดง”ได้โอกาสทองเลยเมื่อราฟาเอลได้หลุดไปจนถึงสุดเส้นด้านขวาก่อนเปิดหักเข้ากลางให้รูนี่ย์วิ่งเข้ามายิงเต็มเหนี่ยวบอลจะเข้าอยู่แล้วมิโญเล่ต์โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกมา”หมู”ปรี่เข้าซ้ำก็ไปติดบล็อคของสเคอร์เทลที่พุ่งเข้ามาบล็อคทั้งตัวทำให้หมดลุ้นไปอีกหนึ่งจังหวะ
46′
สวัสดี!โจนส์พลาดเสียโทษ”หัวขิง”ซัดไม่เหลือ
เล่นมาแค่ 27 วินาที”หงส์แดง”มาได้จุดโทษอีกแล้วในจังหวะที่เฮนเดอร์สันกระดกบอลเข้าไปให้อัลเลนพักอกในกรอบเขตโทษก่อนจะโดนโจนส์ชนล้มลงจากหน้าหลังคราวนี้แคลทเท่นเบิร์กก็ไม่ลังเลให้เป็นจุดโทษทันทีและเป็นคนหน้าเดิมอย่าง”หัวขิง”ที่แปเรียดเข้ามุมเดิมผ่านมือของเด เคอาที่เดาทางถูกเข้าไป
52′
ผีแห้วจุดโทษ 2 หน
ยูไนเต็ดโวยวายจะเอาจุดโทษอยู่สองครั้งในจังหวะที่บอลไปโดนมือของจอห์นสันในเขตกับจังหวะที่รูนี่ย์จ่ายบอลไปแล้วโดนสเคอร์เทลดักล้มลงแต่แคลทเท่นเบิร์กยังใจแข็งไม่ยอมเป่าให้เป็นการฟาวล์ทำให้”ปีศาจแดง”ยังตามหลังอยู่เหมือนเดิม
62′
ผีหมดมุขเจาะไม่เข้าเลย
เกมผ่านหนึ่งชั่วโมงมาแล้วเกมบุกของยูไนเต็ดยังไร้พิษสงแม้จะครองบอลได้แต่จังหวะยิงจะแจ้งไม่มีเลยโดยรูนี่ย์พยายามเลี้ยงเข้ากรอบเขตโทษไปจะหาช่องยิงแต่วันนี้กองหลังของลิเวอร์พูลก็แพ็คกันแน่นอุดช่องเอาไว้ได้หมด
64′
หงส์รอด!ฟลานาแกนไม่โดนเหลือง-แดง
ลิเวอร์พูลรอดตัวไม่เหลือนักเตะ 10 คนเหมือนกันเมื่อฟลานาแกนไปทำเสียบอลในแนวบุกทำให้ไปยันใส่ฟาบิโอเข้าอย่างจังทว่าแคลทเท่นเบิร์กยังใจดีเพียงแค่ยิงเข้ามาเตือนเท่านั้นโดยจังหวะถัดมายูไนเต็ดบุกขึ้นมาได้จบบ้างแต่เฟลไลนี่ยังยิงโด่งข้ามคานออกไปไกล
71′
ราฟาเอลเป่าปากหวิดโดนแดงมั่ง
ราฟาเอลถึงกับหายใจโล่งอกเมื่อเขาไปเตะซัวเรซล้มลงแล้วแคลทเท่นเบิร์กชักใบเหลืองออกมาแต่ไปแจกให้วิดิชแทนทำให้เจ้าตัวรอดพ้นการโดนตะเพิดออกจากสนามไปเหมือนกันและร็อดเจอร์สส่งคูตินโญ่ลงมาแทนราฮีมในจังหวะนี้ด้วย
74′
ขิงส่องไกลได้ลุ้นเลย
ลิเวอร์พูลเกือบมาได้อีกประตูและเกือบเป็นแฮตทริกของเจอร์ราร์ดด้วยเมื่อเขาได้ส่องไกลจากระยะ 25 หลาบอลไปแฉลบเท้าของวิดิชก่อนย้อยจะเสียบเข้าเสาซ้ายมือแต่ก็หลุดออกไปโดย”หัวขิง”ไม่รู้โดนอะไรทำให้เลือดกำเดาไหลออกมาด้วย
77′
หริดพุ่งในเขต!ขิงซัดเป้าชนเสาเฉย
“ปีศาจแดง”มาเสียท่าโดนจุดโทษอีกแล้วในจังหวะที่สเตอร์ริดจ์ลากบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะล้มลงทั้งที่วิดิชเสียบด้านหลังไม่โดนแต่แคลทเท่นเบิร์กกลับเป่าเป็นการฟาวล์และเป็น”หัวขิง”ที่รับหน้าที่สังหารแต่คราวนี้เปลี่ยนทางแล้วไปชนเสาทำให้ไม่ได้ประตูอย่างน่าเสียดาย
80′
ฟาวล์จริงแต่ไม่ได้!หริดโดนรวบในเขตอีกรอบ
คราวนี้”หงส์แดง”ชวดได้โทษแบบเจ๊ากันไปเมื่อสเตอร์ริดจ์ไปโดนคาร์ริครวบล้มลงในกรอบเขตโทษซึ่งคราวนี้โดนจริงแต่แคลทเท่นเบิร์กคงไม่ยอมเป่าจุดโทษให้เขาอีกแล้วทำให้ยูไนเต็ดรอดตัวไปในจังหวะนี้
83′
เหนียวเกิ้น!กัดหลุดยิงจ่อๆเด เคอาเซฟเหลือเชื่อ
“หงส์แดง”น่าได้ประตูที่สามเหลือเกินเมื่อ”หม่อมกัด”เบียดหนีโจนส์เข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจัดการซัดเต็มเหนี่ยวระยะเผาขนแต่เด เคอาโชว์ลูกเซฟระดับเทพปัดทิ้งออกหลังไปได้แบบน่าเหลือเชื่อ
84′
เอาจนได้!กัดซัดสบายหงส์เริงร่า 3-0
หลังจากนั้นซัวเรซก็มาเอาจนได้ในจังหวะที่โชคเข้าข้างสเตอร์ริดจ์ยิงไปโดนบล็อคของโจนส์ก่อนบอลมาเข้าเท้าของ”หม่อมกัด”ที่จับบอลจังหวะเดียวแล้วยิงทันทีคราวนี้บอลผ่านเด เคอาเข้าไปสบายๆเป็นประตูที่ 25 ของเขาในซีซั่นนี้
89′
หงส์รุกต่อก่อนปิดกล่องซัดผีคาหลุม
ตอนนี้”หงส์แดง”บุกกันอย่างเมามันส์เลยและเกือบได้อีกดอกในจังหวะที่คูตินโญ่พาบอลเข้ามาป้วนเปี้ยนหน้าปากเขตโทษก่อนจะอัดไกลทันทีทว่าบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวและเมื่อหมดเวลา”หงส์แดง”ระเบิดฟอร์มสุดยอดถล่ม”ปีศาจแดง”กระจุย 3-0 แซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงได้อีกครั้งส่วนเจ้าถิ่นโอกาสลุ้นท็อปโฟร์แทบจะหมดลงแล้ว
ลิเวอร์พูล
Starting Formation: 4-3-1-2
22.
ซิมง มิโญเลต์
2.
เกล็น จอห์นสัน
38.
จอน ฟลานาแกน
5.
แดเนี่ยล แอ็กเกอร์
37.
มาร์ติน สเคอร์เทล
8.
สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด
 87′
 
14.
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
24.
โจ อัลเลน
31.
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
 72′
7.
หลุยส์ ซัวเรซ
15.
แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์
 90+2′
ตัวสำรอง
1.
แบรด โจนส์
17.
มามาดู ซาโก้
20.
อาลี ซิสโซโก้
9.
ยาโก้ อาสปาส
 90+2′
10.
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
 72′
12.
วิคเตอร์ โมเซส
21.
ลูคัส เลว่า
 87′
ผู้จัดการทีม
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก กาน่า 0-2 อุรุกวัย

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก กาน่า 0-2 อุรุกวัย

Facebook iconFa …