คลิปไฮไลท์ฟุตบอล คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี Manchester City 1-1 Chelsea HD | คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี Manchester City 1-1 Chelsea ดูบอลย้อนหลัง คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี Manchester City 1-1 Chelsea

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี Manchester City 1-1 Chelsea

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี

คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี Manchester City 1-1 Chelsea

ไฮไลท์ฟุตบอล## สามารถดูได้บน Smart Phone:


[videojs mp4=”http://cdn.playwire.com/21772/video-20140921-1352649.mp4″]

Full Match ดูบอลย้อนหลัง ## สามารถดูได้บน Smart Phone:

[videojs mp4=”http://cdn.playwire.com/21772/video-20140921-1352727.mp4″] [videojs mp4=”http://cdn.playwire.com/21772/video-20140921-1353020.mp4″]
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม
อาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2557
กรรมการ ไมค์ ดีน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี
1-1 แฟร้งค์ แลมพาร์ด 85′
0-1 อันเดร ชูร์รเล่ 71′

บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์เป็นศึกระหว่างสองเศรษฐีแห่งพรีเมียร์ลีกโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้รับบทเป็นเจ้าบ้านก่อนโดยมานูเอล เปเญกรินี่เน้นเกมบุกเลยใส่กองหน้าลงมาสองตัวนำโดยเซร์คิโอ อเกวโร่และเอดิน เชโก้ส่วนแดนกลางให้เจมส์ มิลเนอร์ลงมาไล่บอลแล้วปล่อยดาบิด ซิลบากับยาย่า ตูเร่ทำเกมรุกส่วนแนวรับมีเอเลียกวิม ม็องกาล่าลงสนามเกมแรกจับคู่กับแวงซ็องต์ กอมปานีส่วนแฟร้งค์ แลมพาร์ดมีชื่อเป็นสำรองเท่านั้น Frank Lampard ยิงเชลซี ช่วยให้แมนซิ 10 คนตีเสมอได้

ขณะที่เชลซีทีมเยือนมาแบบฟูลทีมเหมือนกันแต่โจเซ่ มูรินโญ่จัดการเปลี่ยนนักเตะลงสนามสองรายโดยให้โอกาสวิลเลี่ยนและรามิเรสมาเพิ่มมิติแดนกลางสนามส่วนหัวหอกยังเป็นหน้าที่ของดีเอโก้ คอสต้าดาวยิงฟอร์มร้อนที่ยิงไปแล้ว 7 ประตู
6′
เรือขึงเกมรุกเชโก้ได้โขก
เกมในช่วงแรกเป็นทางฝ่ายแมนฯ ซิตี้ที่เปิดเกมรุกครองเกมได้มากกว่าและจังหวะใกล้เคียงที่สุดเป็นโคลารอฟที่เปิดบอลมาจากด้านซ้ายเซโก้เทคขึ้นโขกถึงแต่บอลยังไม่ตรงกรอบ
9′

เรือมาเสียวสองทียังไม่ได้
“เรือใบสีฟ้า”ยังดูอันตรายมากกว่าและได้โอกาสอีกครั้งเมื่อมิลเนอร์กระชากมาจากริมเส้นด้านขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้เชโก้กลับตัวยิงไปแฉลบกองหลังและจังหวะเตะมุมซิลบาได้โขกเข้ามือของกูร์กตัวส์

13′
แฟร์นานดินโญ่โดนเหลืองคนแรก
แฟร์นานดินโญ่สังเวยใบเหลืองอย่างรวดเร็วเป็นคนแรกในจังหวะเข้าไปเสียบวิลเลี่ยนตรงกลางสนามทำให้ไมค์ ดีนต้องโชว์บทโหดควักใบมาเตือนให้เล่นเบาๆหน่อย
22′
เรือครองเกมสิงห์ไล่ไม่เหนื่อย
ตอนนี้เกมของทั้งสองทีมเริ่มจะหันมาใส่กันกลางสนามมากขึ้นทำให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีโอกาสสับไกเพิ่มเติมโดย”เรือใบสีฟ้า”ยังเป็นฝ่ายครองบอลบุกมากกว่าแต่เชลซีก็ขยันไล่ตามกดดันทั่วสนามเหมือนกัน
29′

แฟร์นานดินโญ่กดปลิ้นหลังเท้า
“เรือใบสีฟ้า”พลาดโอกาสงามเลยเมื่อโคลารอฟลากขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางเทอร์รี่สกัดไม่ค่อยดีแฟร์นานดินโญ่พยายามยิงสวนแต่โดนไม่เต็มมิลเนอร์ตามไปเก็บยัดเข้ากลางกูร์กตัวส์ชกทิ้งออกมาได้ทัน
31′
กุนวอลเล่ย์ยังหาเป้าไม่เจอ
เจ้าถิ่นกลับมาบุกหนักอีกรอบโดยเป็นซิลบาฉวยโอกาสเล่นจากลูกเตะมุมสั้นแล้วเปิดเข้ากลางเทอร์รี่โขกเคลียร์ไปเข้าทางของกุนเอี้ยวตัววอลเล่ย์ในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่กดไม่ลงบอลข้ามคานออกไป
35′

เชโก้กลิ้งไม่ได้จุดโทษ
เชลซีมีเสียวเลยเมื่อซิลบาแทงบอลไปให้เชโก้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนโดนคอสต้าเข้ามาเบียดจนล้มลงไปแต่ไมค์ ดีนปล่อยให้เป็นเพียงเตะมุมไม่ใช่จุดโทษ

42′
เหลืองว่อน!อัซปิ,หน้าหนู,ยาย่าโดนคนละใบ
ช่วงนี้เกมเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆมีการตัดเกมกันกลางสนามจนทำให้ใบเหลืองปลิวว่อนไปเป็นอัซปิลิกวยต้าโดนไปก่อนแล้วซิลบากับยาย่าไม่ยอมน้อยหน้าโดนดีนจนชื่อไปอีกรายจะได้เท่าเทียมกัน

45′
คอสต้าแหย่ไม่ถึงไม่งั้นสิงห์เฮ
เชลซีเกือบได้ประตูบ้างจากจังหวะเตะมุมที่เชสก์เปิดไปทางเสาสองให้อิวาโนวิชโขกตั้งแฟร์นานดินโญ่เตะสกัดวืดก่อนที่บอลจะเลยไปถึงคอสต้าพยายามเหยียดขาเข้าหาบอลแต่ไม่ถึงไม่งั้นเป็นประตูไปแล้ว

HALF TIME
48′

กุนสับนอกกรอบกูร์กตัวส์รับสบาย
เริ่มครึ่งหลังยังเป็นแมนฯ ซิตี้ตั้งหน้าตั้งตาบุกเหมือนเดิมและมาได้เตะมุมก็ทำอะไรไม่ได้จนถึงจังหวะที่อเกวโร่เห็นว่าเจาะไม่เข้าแน่แล้วเลยส่องไกลทว่าก็ยังไม่ผ่านมือของกูร์กตัวส์
50′
ยาย่ากลิ้งอีกยังไม่ได้โทษ
แฟนเจ้าถิ่นร้องเสียงหลงจะขอจุดโทษให้ทีมรักอีกรอบเมื่อยาย่ากัดฟันกระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนจะโดนอิวาโนวิชเข้ามาเบียดแล้วล้มลงทว่าดีนยังส่ายหน้าไม่เป่าว่าเป็นการฟาวล์
56′
รามิเรสเซฟฟฟฟ…กุนอัดเชโก้ซ้ำไม่ทัน
แมนฯ ซิตี้น่าได้ประตูอย่างที่สุดเมื่อทำชิ่งกันอย่างสวยก่อนกุนพลิกบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วได้ยิงด้วยซ้ายไปติดมือของกูร์กตัวส์ก่อนเชโก้พยายามจะตามไปซ้ำทว่ารามิเรสยังไวทายาทหวดบอลทิ้งก่อนที่ทีมจะเสียประตูแน่ๆไปหวุดหวิด
62′
น้ามูเปลี่ยนส่งชูร์รเล่, มิเกลลงบู๊
มูรินโญ่ตัดสินใจเปลี่ยนเกมแล้วโดยส่งนักเตะใหม่ลงมาสองคนนำโดยจอห์น โอบี มิเกลกับอันเดร ชูร์รเล่มาแทนรามิเรสและวิลเลี่ยนที่ห้อจนแทบลิ้นห้อยกันหมดแล้วในนัดนี้

66′

นั่นไง!คอสต้าฉุนไฝว้ซาบาเลต้าพาโดนสองเหลือง
คอสต้าระเบิดอารมณ์ออกมาจนได้ในจังหวะที่ซาบาเลต้าไปเสียบคอสต้าในจังหวะที่ไม่น่าจะมีอะไรเท่าไหร่เพราะเสียบโดนบอลแต่จังหวะที่คอสต้าลุกขึ้นมาพยายามเอาเรื่องเอาราวจนบานปลายไมค์ ดีนมาแจกใบเหลืองทั้งคู่ทำให้ดาวเตะอาร์เจนไตน์โดนเหลืองสองต้องออกไปอาบน้ำก่อนเพื่อน

71′

โดนทันที!ชูร์รเล่ลงโทษซัดสิงห์ขึ้นนำ 1-0
เกมมาพลิกเลยทันทีเมื่อเจ้าถิ่นเหลือผู้เล่นน้อยกว่าทำให้เชลซีได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับเร็วคอสต้าแทงบอลออกด้านขวาให้อาซาร์ครอสเรียดไปทางเสาสองให้ชูร์รเล่วิ่งเข้ามายิงเข้าไปไม่เหลือ

78′
ถึงเวลา…แลมพ์สลงสนามแฟนสิงห์ปรบมือเกรียว
เวลาที่รอคอยมาถึงจนได้เมื่อเปเญกรินี่จัดการเปลี่ยนแลมพาร์ดลงสนามมาแทนโคลารอฟท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของทั้งแฟนบอลเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้

85′

ดราม่า!แลมพ์สยิงเรือตามเจ๊าตาค้าง
แต่แล้วดราม่าบังเกิดเหมือนสวรรค์ลิขิตเมื่อแมนฯ ซิตี้ได้ประตูตีเสมอจังหวะที่ซิลบาตักบอลไปให้มิลเนอร์ในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนป้ายกลับหลังให้แลมพาร์ดวิ่งมาล้มตัวยิงเข้าไปโดยที่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการดีใจเพราะยิงทีเก่า

90+2′
เรือจับมือเจ๊าสิงห์สนุก 1-1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเชลซีมาได้ลุ้นจากฟรีคิกแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ก่อนจบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไปแบบกองเชียร์สนุกตื่นเต้นกันทั้งสนามแถมแลมพาร์ดเกือบมายิงได้ในช่วงท้ายเกมอีกต่างหาก

เชลซี
Starting Formation: 4-3-3
13. ติโบต์ กูร์กตัวส์
2. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช
24. แกรี่ เคฮิลล์
26. จอห์น เทอร์รี่
28. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า
4. เชสก์ ฟาเบรกัส
7. รามิเรส 62′
21. เนมันย่า มาติช
10. เอด็อง อาซาร์
19. ดีเอโก้ คอสต้า 85′
22. วิลเลี่ยน 62′
ตัวสำรอง
1. ปีเตอร์ เช็ค
3. ฟิลิปเป้ ลุยซ์
8. ออสการ์
12. จอห์น โอบี มิเกล 62′
14. อันเดร ชูร์รเล่ 62′
11. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา 85′
18. โลอิก เรมี่
ผู้จัดการทีม
โจเซ่ มูรินโญ่

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Starting Formation: 4-4-2
1. โจ ฮาร์ท
4. แวงซ็องต์ กอมปานี
5. ปาโบล ซาบาเลต้า
11. อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ 78′
20. เอเลียกวิม ม็องกาล่า
7. เจมส์ มิลเนอร์
21. ดาบิด ซิลบา
25. แฟร์นานดินโญ่ 73′
42. ยาย่า ตูเร่
10. เอดิน เชโก้ 70′
16. เซร์คิโอ อเกวโร่
ตัวสำรอง
13. วิลลี่ กาบาเญโร่
3. บาการี่ ซานญ่า 70′
22. กาแอล กลีชี่
26. มาร์ติน เดมิเคลิส
8. ซาเมียร์ นาสรี
15. เฆซุส นาบาส 73′
18. แฟร้งค แลมพาร์ด 78′
ผู้จัดการทีม
มานูเอล เปเญกรินี่

กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์อุ่นเครื่อง แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 4-3 ลิเวอร์พูล Hertha Berlin 4-3 Liverpool

คลิปไฮไลท์อุ่นเครื่อง แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 4-3 ลิเวอร์พูล Hertha Berlin 4-3 Liverpool

Facebook iconFa …