คลิปไฮไลท์ลาลีก้า เรอัล มาดริด 3-0 เอลเช่ REAL MADRID 3-0 ELCHE

คลิปไฮไลท์ลาลีก้า เรอัล มาดริด 3-0 เอลเช่ REAL MADRID 3-0 ELCHE
ฟุตบอลลา ลีก้า สเปน

สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาบิว

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557

เรอัล มาดริด 3:0 เอลเช่

ประตู : 1-0 อิญาร์ราเมนดี้ น.34, 2-0 เบล น.72, 3-0 อิสโก้ น.80
## ไฮไลท์ฟุตบอล ## สามารถดูได้บน Smart Phone:


## Full Match ## สามารถดูได้บน Smart Phone:

 

เจ้าถิ่นเรอัล มาดริดฟอร์มช่วงหลังองค์ลง 25 นัดหลังสุดรวมทุกรายการไม่แพ้ใครโดยชนะถึง 21 นัดรั้งรองจ่าฝูงแต้มเท่าบาร์เซโลน่าแต่ประตูได้เสียแย่กว่า 8 ลูก เกมนี้คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คางทูมปรับทัพจากเกมลีกล่าสุดที่ชนะเคตาเฟ่ 3 ตำแหน่ง ลูก้า โมดริชติดโทษแบนใบเหลืองเป็นโอกาสของอาเซียร์ อิญาร์ราเมนดี้ มาร์เซโล่เจ็บต้องให้ดาเนียล การ์บาฆาลลงประจำการแบ็คขวาแล้วโยกอัลบาโร่ อาร์เบลัวยืนแบ็คซ้าย เซ็นเตอร์ฮาล์ฟพักเซร์คิโอ รามอสเป็นสำรองและส่งราฟาแอล วารานลงเคาะสนิม แนวรุกยังไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ติดโทษแบนอีกนัด

ผู้มาเยือนเอลเช่ช่วงหลังชักแพ้ยาก 6 นัดหลังสุดแพ้เกมเดียวแต่เสมอถึง 3 นัดรั้งที่ 13 แต้มห่างโซนตกชั้น 4 คะแนน เกมนี้เทรนเนอร์ฟราน เอสกริบาปรับทัพจากเกมลีกล่าสุดที่เปิดบ้านเจ๊าโอซาซูน่า 5 ตำแหน่งรวมถึงปรับระบบจาก 4-2-3-1 เป็น 4-3-3 นายทวารมานู เอร์เรร่าได้โอกาสแทนอันโตนิโอ โตนโญ่ที่เจ็บ แบ็คขวาดาเมียน ซัวเรซและมิดฟิลด์คาร์ลอส ซานเชซติดโทษแบนสะสมใบเหลืองทั้งคู่ต้องส่งเอดู อัลบาการ์และอัลแบร์โต้ ริเบร่าลงแทนตามลำดับ แนวรุกดร็อปฟิเดล ชาเบสและคริสเตียน เอร์เรร่าเป็นสำรองเพิ่มกองกลางอย่างฆาบี มาร์เกซและให้การ์เลส คิลหายเจ็บลงประจำการริมเส้นฝั่งขวา

ครึ่งแรก

เบนซ์ส่องทักทาย
ครึ่งแรกถึงนาที 3 เป็นมาดริดได้ทักทายก่อน บอลจากแดนกลางถึงเบนเซม่าพลิกหนีริเบร่าแล้วสบโอกาสซัดไกลจากนอกเขตโทษเยื้องซ้าย บอลพุ่งเรียดเข้าเสาแรกแต่เอร์เรร่าล้มตัวปัดออกหลังไป

โคโร่ทักทายใกล้กว่าเบนซ์
นาที 8 เอลเช่ได้ทักทายบ้างแถมเป็นในเขตโทษ บอลจากแดนกลางออกกราบซ้ายให้คิลจ่ายตัดแนวรับเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้โคโร่สปีดเข้ายิงด้วยขวาตรงตัวโลเปซรับกินนิ่ม

ดิมาริโลวิช
นาที 9 มาดริดเกือบขึ้นนำแบบสวยๆ เบลกระชากหลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาง้างจะยิงแล้วแต่เจอโบเตียเตะสกัดออกหลัง เตะมุมฝั่งขวาดิ มาเรียปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งข้ามเอร์เรร่าชนสามเหลี่ยมเสาไกลออกมาอย่างน่าเสียดาย เกือบได้เห็นเตะมุมตุงตาข่ายแบบมิไฮโลวิชแล้วเชียว

ดิมารินัลโด้
นาที 23 มาดริดได้ลุ้นอีก บอลจากแดนกลางออกขวาให้ดิ มาเรียโชว์เดี่ยวเลี้ยงแหวก 2 มิดฟิลด์เอลเช่ก่อนล็อกด้วยซ้ายหนีซิสม่าตัดเข้าในแล้วปั่นไกลด้วยขวาข้ามคานไป บอลจากเท้าไม่ได้ผลหันมาเล่นบอลติดเท้าบ้างและทำได้ไม่เลวเลย

เฆเซ่ยังไม่มา
นาที 30 มาดริดได้ลุ้นต่อเนื่อง ดิ มาเรียที่ครึ่งชั่วโมงแรกโดดเด่นเหนือใครกระชากถึงสุดเส้นซ้ายแล้วครอสเรียดเข้าเขตโทษให้เฆเซ่ตั้งเท้าขวาแปเน้นๆหลุดเสาสองออกไป แต่สมเป็นเฆเซ่เล่นเรียบง่ายแต่ได้ลุ้นทุกดอกเหมือนเดิม

ทุกอย่างเป็นใจ!อิญาร์ร่ายิงแฉลบชุดขาว 1-0
นาที 34 มาดริดขึ้นนำจากโชคสองชั้น จังหวะเปิดเกมบุกจากอังเคล ดิ มาเรียดีดด้วยซ้ายทะลุแนวรับให้คาริม เบนเซม่าที่ล้ำหน้าอยู่พลิกบอลจะยิงแต่เจอแนวรับเอลเช่หวดออกหลัง ไลน์แมนไม่ยกธงล้ำหน้าและชี้ให้เป็นลูกเตะมุม ดิ มาเรียเปิดด้วยซ้ายมีผู้เล่นมาดริดพยายามยืดขาจับบอลแต่พลาด อย่างไรก็ดีบอลเลยถึงอาเซียร์ อิญาร์ราเมนดี้เก็บตกแถวสองจับแล้วอัดด้วยขวาแฉลบมานู เดล โมรัลผ่านมือมานู เอร์เรร่าที่เสียจังหวะแล้วตุงตาข่าย ชั่วโมงนี้อะไรๆก็เป็นใจให้”ราชันชุดขาว”จริงๆ

เบนซ์ยังไม่เข้าเป้า
นาที 42 มาดริดเกือบนำห่างสบายตัวก่อนจบครึ่งแรก ดิ มาเรียเลี้ยงจี้หาเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ไม่ไปเองปล่อยบอลให้เบนเซม่าเก็บไปเล่นต่อแต่งเข้าขวาแล้วซัดไกลเน้นๆบอลพุ่งเรียดเข้าเสาแรกแต่เอร์เรร่ายังพุ่งปัดได้อีกครั้ง จังหวะต่อเนื่องดิ มาเรียตามเก็บบอลกระฉอกแล้วเปิดเข้ากลาง เบนเซม่าโถมทั้งตัวกะโขกโป้งเดียวจอดแต่เจอแนวรับเอลเช่โหม่งสกัดดาวรุ่งก่อนเป็นเอร์เรร่ารับบอลจังหวะสุดท้ายติดมือช่วยเอลเช่รอดพ้นอันตรายได้อีกครั้ง

จบครึ่งแรกมาดริดนำแค่ 1-0 ทั้งที่รูปเกมและโอกาสเหนือกว่าบานเบอะ ต้องชมเอลเช่ช่วยกันเล่นเกมรับได้ดีทีเดียว

ครึ่งหลัง

เฆเซ่ต่อเบนซ์ไม่ติด
เริ่มครึ่งหลังถึงนาที 47 มาดริดเกือบได้ทักทายหนักๆก่อน อาร์เบลัวจ่ายตัดหลังซิสม่าอย่างสวยให้เฆเซ่หลุดไปเปิดเข้าเขตโทษย้อนหลังเบนเซม่านิดเดียว ถ้าต่อกันติดลูกนี้ไม่น่าเหลือ

การ์บาฆาลแน่นอน
นาที 52 เอลเช่ก็เกือบได้ทักทายหนักๆ คิลโชว์ลีลาล่อหลอกหยอกเล่นๆทางกราบขวาจนได้ช่องครอสไปเสาสองเกือบถึงผู้เล่นเอลเช่ที่ตั้งหัวรอแล้วแต่การ์บาฆาลประกบตัวเยี่ยมโหม่งเคลียร์ออกหลังทัน

มาร์เกซเห่าเครื่องบิน
นาที 53 เอลเช่ได้ทักทายก่อนในครึ่งหลังจากจังหวะต่อเนื่อง เตะมุมฝั่งซ้ายเปิดติดแนวรับมาดริดเคลียร์เข้าทางมาร์เกซเก็บตกแถวสองอัดด้วยซ้ายข้ามคานไปไหนไม่อาจทราบได้

หน้าลิงดาวยิงสูงสุดสมค่าตัว
นาที 59 มาดริดได้ทักทายกลับจนได้ในครึ่งหลัง บอลต่อเกมถึงเบลทางกราบซ้ายสับขาหลอกอัลบาการ์จนหัวหมุนได้ช่องซัดไกลด้วยซ้ายจากมุมเขตโทษโด่งข้ามคานแถมยังหลุดกรอบออกอย่างน่าผิดหวัง

หน้าลิงคล้ายโด้จิ๋วขึ้นทุกวัน
นาที 66 มาดริดได้ลุ้นนำห่างเบาๆ อิญาร์ราเมนดี้โชว์สายตาคมวางยาวจากกราบซ้ายตัดข้ามแนวรับเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้เบลโดดเกร็งหัวโขกเน้นๆเฉียดเสาไกลออกนิดเดียว ดูสเต็ปนี้ฟันธงซ้อมโหม่งแบบโรนัลโด้ชัวร์

ซ้ายสั่งตาย!หน้าลิง 30 หลามหาโหด 2-0
นาที 72 มาดริดได้ประตูนำห่างยังความสบายใจสู่ชาวชุดขาวทั้งมวล ซาบี อลอนโซ่จ่ายสั้นๆให้แกเร็ธ เบลได้ตั้งป้อมตะบันด้วยซ้ายไกล 30 หลาโดยไม่มีผู้เล่นเอลเช่เข้ากดดัน บอลพุ่งส่ายแหวกอากาศผ่านมือเอร์เรร่าเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสุดงาม ค่าตัวสถิติโลกมันต้องแบบนี้

การ์บาฆาลขาเป็นรู
นาที 75 มาดริดน่าได้ประตูฝังเกมนี้ เตะมุมถูกแนวรับเอลเช่เคลียร์ออกนอกเขตโทษเข้าเท้าอลอนโซ่วางยาวสวนเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายชั่งทองให้อิสโก้พักบอลลงแล้วตบเข้ากลางให้การ์บาฆาลเตรียมใส่สกอร์นิ่มๆแต่แบ็คลูกหม้อดันตั้งเท้าแปวืดปล่อยบอลหลุดพ้นอันตรายไปซะงั้น

เขื่อนแตก!อิสโก้โชว์นิ่ง 3-0
นาที 80 มาดริดฝังกลบเกมนี้เสียสนิท คาริม เบนเซม่าเลี้ยงตัดจากกราบซ้ายเข้าในแล้วจ่ายเข้าเขตโทษให้อิสโก้โฉบแตะบอลทีเดียวหลบได้ทั้งอัลเบร์โต้ โบเตียและดาบิด ลอมบานก่อนแปมุมแคบด้วยซ้ายสวนตัวมานู เอร์เรร่าเสียบเสาไกลนิ่มๆ ซ้อมใหญ่เรียกเหงื่อได้ดีนักแล

โมราต้าสนิมขึ้นหัว
นาที 85 มาดริดหวิดได้ประตูที่ 4 ดิ มาเรียครอสจากซ้ายเข้าเขตโทษที่จุดนัดพบให้โมราต้าเบียดชนะแนวรับเอลเช่สะบัดโขกเน้นๆหลุดเสาซ้ายมือออกไป

จบเกมเป็นอันว่ามาดริดชนะ 3-0 ขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว ส่วนเอลเช่รั้งที่ 13 ต่อไป

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด( 4-2-3-1 ) : ดิเอโก้ โลเปซ – ดาเนียล การ์บาฆาล, เปเป้, ราฟาแอล วาราน, อัลบาโร่ อาร์เบลัว – ซาบี อลอนโซ่( คาเซมิโร่ น.83 ), อาเซียร์ อิญาร์ราเมนดี้ – อังเคล ดิ มาเรีย, แกเร็ธ เบล, เฆเซ่ โรดริเกซ( อิสโก้ น.74 ) – คาริม เบนเซม่า( อัลบาโร่ โมราต้า น.81 )

สำรองไม่ได้ลงสนาม : อิเคร์ กาซิญาส, เซร์คิโอ รามอส, นาโช่, ฟาบิโอ โคเอนเทรา

เอลเช่( 4-3-3 ) : มานู เอร์เรร่า – โดมิงโก้ ซิสม่า, อัลแบร์โต้ โบเตีย, ดาบิด ลอมบาน, เอดู อัลบาการ์ – รูเบน เปเรซ, อัลเบร์โต้ ริเบร่า( อารอน นิเกซ น.73 ), ฆาบี มาร์เกซ – การ์เลส คิล( คริสเตียน เอร์เรร่า น.79 ), เฟร์ราน โกโรมินัส ‘โกโร่’, มานู เดล โมรัล( ฟิเดล ชาเบส น.74 )

สำรองไม่ได้ลงสนาม : โฆเซ่ อัลบาเรซ, เซร์คิโอ เปเลกริน, เซร์คิโอ มานเตกอน, ริชมอนด์ โบอัคเย่






กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 โปรตุเกส 2-0 อุรุกวัย

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 โปรตุเกส 2-0 อุรุกวัย

Facebook iconFa …