คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ Chelsea 0-0 Norwich City

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ Chelsea 0-0 Norwich City
คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้ Chelsea 0-0 Norwich City

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้

Chelsea 0-0 Norwich City

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2557

Highlights

ไฮไลท์ฟุตบอล## สามารถดูได้บน Smart Phone:


[videojs mp4=”http://cdn.playwire.com/17003/video-20140504-846980-hd.mp4″]

Full Match ดูบอลย้อนหลัง ## สามารถดูได้บน Smart Phone:

Chelsea vs Norwich City

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์
วันที่ 4 พฤษภาคม 2557
กรรมการ นีล สวาร์บริค
เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้
คลิปไฮไลท์การแข่งขัน เชลซี 0-0 นอริช ซิตี้

เชลซีดร็อปอาซาร์เป็นสำรองในเกมนี้ให้วิลเลียน, ชูร์เล่และซาลาห์ทำเกมบุกกันมีบาเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วนกองหลังโคลได้ออกสตาร์ทตัวจริงและมาติชกลับมายืนกลางอีกครั้ง

ส่วนนอริชเปลี่ยนตัวจากเกมพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ดหลายคนอยู่เอาฟาน โวลฟ์วิงเคล, เรดมอนด์และเฟอร์ไปสำรองส่งมิดฟิลด์เน้นรับลงมาเยอะหน่อยทำให้ตัวรุกเน้นๆมีแค่สน็อดกราสกับเอลมานเดอร์

“สิงห์บลูส์”ข่มนอริชมิดเลยกับการเจอกันในลีก 7 นัดหลังพวกเขาเอาชนะได้ 6 นัดเสมอเพียงแค่นัดเดียวแต่เป้าหมายของ”นกขมิ้น”ขอมีแต้มติดมือไว้ก่อนเพื่อการดิ้นรนหนีตกชั้น
3′
ชูร์เล่ยิงทักทายก่อนแต่ตรงตัวรัดดี้
เชลซีทักทายกันไปก่อนจากแนวรับนอริชที่ดักลูกจ่ายได้แต่จับบอลยาวจนล้นมาเข้าทางชูร์เล่วิ่งมายิงจากหน้าเขตโทษสุดท้ายยังตรงตัวรัดดี้เลยรับเข้าซองเอาไว้ได้ไม่ยากเย็นนัก
11′

ขมิ้นฟ้องเปาน่าได้จุดโทษโอลส์สันโดนเสียบแต่ไร้เสียงนกหวีด
“สิงห์บลูส์”หวิดจะโดนจุดโทษแล้วจากจังหวะที่โอลด์สันจะหลุดเข้าเขตโทษไปเจอโคลกับเทอร์รี่มาตามเสียบสกัด จังหวะของโคลเหมือนจะโดนถากๆแต่จังหวะเทอร์รี่เสียบมาโดนคนเต็มๆไม่มีบอลแต่ไม่มีเสียงนกหวีดดังนอริชเลยไม่ได้จุดโทษ
20′
บอลเปิดถึงจอห์นสันแต่ยังชาร์จไม่โดน
โอกาสทำเกมบุกยังค่อยเป็นค่อยไปอยู่ก่อน”นกขมิ้น”ทำเสียวเกือบมีประตูจากบอลออกไปทางขวาให้กับโอลส์สันไปล็อกกลับมาเข้าซ้ายเกือบสุดเส้นหลังแล้วเปิดโค้งมาหน้าประตูแต่จอห์นสันที่พยายามสอดมาเข้าชาร์จมาช้าไปนิดเดียวไม่งั้นอาจใส่สกอร์ได้เลย
23′
เจทีได้โขกเตะมุมแต่ยังตรงตัวรัดดี้
กลับมาเป็นฝั่งเชลซีมีลุ้นกันบ้างด้วยลูกเตะมุมจากทางขวาชูร์เล่เปิดเข้ามาตรงกลางระยะ 7 หลามีเทอร์รี่ลอยตัวมาได้โขกเน้นๆแต่ยังตรงตัวของรัดดี้เลยโดนเซฟเอาไว้ติดมือเลย
32′
หวิดจะนำ!ชูร์เล่หลุดมาทางซ้ายแต่ซัดชนเสาอย่างจัง
เจ้าบ้านพลาดการได้ประตูออกนำอย่างน่าเสียดายจากจังหวะบอลจับกันลั่นในแดนกลางจนมาติชไปตัดมาได้แล้วแทงบอลไวให้กับชูร์เล่หลุดเข้าเขตโทษมาทางซ้ายมุมแคบแต่ยังแตะเข้าขวาอีกทีแล้วยิงแต่บอลโค้งไม่พอบอลเลยพุ่งตรงชนเสาเด้งออกมาแทน
35′

ชูร์เล่มาอีกแล้วหนนี้ยิงจากขวาแต่รัดดี้ยังรับติดหนึบ
จังหวะของชูร์เล่มาอีกแล้วหนนี้เปลี่ยนมารับบอลทางขวาบ้างพยายามจะแหวกผ่านตัวแรกมาโดนแหย่นิดนึงบอลยังลอยอยู่ตรงหน้าสุดท้ายก็เลือกซัดจากนอกเขตโทษมาเลยพุ่งหาเสาแรกแต่รัดดี้ยังพุ่งรับเข้าซองได้ไม่มีกระฉอก
41′
จอห์นสันได้ลองซัดหน้าเขตโทษติดแฉลบออกหลัง
ผลัดมาเป็นนอริชมีลุ้นกันบ้างจากบอลหน้าเขตโทษเสียบกันเบียดแย่งบอลจนหลุดมาเข้าทางของจอห์นสันมาตามเก็บแล้วตัดสินใจปั่นด้วยซ้ายไปแฉลบเคฮิลล์ที่พุ่งเข้ามาบล็อกนิดนึงบอลเลยโค้งหลุดกรอบออกหลังไป
43′
วิลเลียนลากมายิงแต่หลุดไปไกลโข
โอกาสทิ้งท้ายครึ่งแรกของเชลซีมาจากการลากตัดเข้าในของวิลเลียนมาจนถึงตรงกลางหน้าเขตโทษก่อนจะยิงเองแต่ไม่ดีเลยบอลปลิ้นติดไซด์ก้อยพุ่งไปออกหลังเกือบมุมธงโน่น ทำให้ยังไม่เกิดประตูขึ้นต้องแก้เกมบุกกันหน่อยยังเข้าเขตโทษได้ไม่บ่อยนัก

HALF TIME
48′

ยังไม่ได้!ลุยซ์กดเน้นๆบอลพุ่งชนคานอีก
กลับมาครึ่งหลังหวิดมีประตูนำให้เชลซีอีกแล้วจากอาซาร์ที่ลงมาใหม่ได้บอลเกือบมุมธงทางขวาหมุนกลับมาไหลให้อิวาโนวิชในเขตโทษก่อนแปะคืนให้กับลุยซ์จัดการยิงไกลเข้าไปเลยแต่บอลเจ้ากรรมดันชนคานอดได้ประตูไปอีกหน
53′
ชูร์เล่โดนแหย่ล้มในเขตโทษไร้เสียงนกหวีด
หลังต้นเกมนอริชเกือบได้จุดโทษ เชลซีเองหวิดได้จุดโทษบ้างจากบอลที่ไหลมาให้ชูร์เล่ตรงกลางพยายามแตะหลบเท๊ทเทย์แต่ก็ไม่พ้นโดนเสียบไปซึ่งไม่น่าโดนบอลด้วยแต่กรรมการก็ไม่ได้เป่าให้อีกก็เจ๊าๆกันไป
57′

อาซาร์ล้มในเขตโทษแต่โดนจับล้ำหน้าไปอีก
มีจังหวะในเขตโทษอีกแล้วที่อาซาร์ลุยเข้าไปแล้วเหมือนจะแตะบอลให้กับเทอร์รี่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนตัวเองเจอจังหวะเตะสกัดหนักๆล้มลงไปจากภาพช้าอาจจะไม่โดนแต่แอ็คชั่นท่าเสียบนี่ดูแรงไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเพราะโดนยกธงล้ำหน้าไปแทน ส่วนอิวาโนวิชที่มาออกอาการชี้่ว่าต้องเป็นจุดโทษโดนใบเหลืองอีก
66′
ลุยซ์ตวัดยิงเสาแรกก็ข้ามคานออกไป
“สิงห์บลูส์”พยายามกดดันได้ครองบอลบุกต่อเนื่องเลยแต่ก็ยังไม่มีประตูขึ้นนำซักทีหนนี้มาได้ลูกเตะมุมทางขวาเปิดต่ำๆมาทางเสาแรกและจบลงด้วยลุยซ์วิ่งมาตวัดส่งบอลข้ามคานออกไป
69′
ยังแค่เฉียด…วิลเลียนได้สับไกก็ไม่ตรงกรอบ
โอกาสของเชลซีมาอีกหนนี้บอลขึ้นทางซ้ายแทงให้โคลเติมขึ้นไปก่อนจะหักเข้าเขตโทษมาถึงวิลเลียนแต่งบอลทีสองทีจนหาช่องเจอก่อนจะเลือกยิงเลยสุดท้ายก็ไม่ตรงกรอบ
71′
เสียวทั้งเดอะบริดจ์!สน็อดกราสพาบอลหลุดมาแต่ยิงไปโดนบล็อก
หวิดพังทั้งทีมเมื่อ”ขมิ้น”โต้กลับมาเกือบกลายเป็นฝ่ายนำแทนจากการพาบอลมาตรงกลางของเรดมอนด์ตามด้วยจ่ายบอลตัดแนวรับให้กับสน็อดกราสหลุดพาบอลเข้าเขตโทษมายาวๆก่อนจะได้สับไก ยังดีจังหวะยิงมีตัวควบตามมาช่วยสไลด์มาบล็อกบอลออกหลังไปก่อน
79′

ยังไม่ได้ซักที!อาซาร์ยิงไปติดเซฟตอร์เรสตามซ้ำยังหลุดกรอบ
ยังไม่ได้ประตูซะทีสำหรับเชลซีจากบอลของอาซาร์ให้ตอร์เรสในเขตโทษแต่ข้างหน้าไม่มีช่องก็ไหลกลับไปให้อาซาร์ก่อนจะล็อกหนีตัวประกบจนมีช่องสับไกเข้าไปเดือดร้อนรัดดี้ต้องทุบออกมาก่อน เข้าทางตอร์เรสตามมาซ้ำแต่ไม่ถนัดบอลโด่งข้ามคานไป
84′
สิงห์พยายามแล้วยังทำอะไรแนวรับนอริชไม่ค่อยได้
ช่วงท้ายเชลซีก็พยายามบุกใหญ่ยังทำอะไรแนวรับนอริชไม่ได้ซักทีพยายามจะลองทั้งยิงไกลทั้งเล่นตามช่องแล้วแต่ก็ไปติดบล็อกบ้างไม่ก็โดนสกัดได้ก่อนบ้างเวลาก็บีบเข้าไปทุกขณะ
90+1′
เทอร์เนอร์โหม่งเช็ดถึงจอห์นสันโหม่งซ้ำก็เบาไป
ทดเจ็บเชลซีตุ้มๆต่อมๆแอบเสียวว่าจะโดนนำเอาจากจังหวะทุ่มไกลเข้ามา เทอร์เนอร์โหม่งเช็ดมาเข้าทางหัวของจอห์นสันพยายามโหม่งอีกทีแต่บอลเบาชวาร์เซอร์ยังขยับไปคว้าทัน
90+2′
บอลยาวให้ตอร์เรสยิงแต่ยังโดนบล็อกอีก
โอกาสของเชลซีส่งท้ายจากบอลยาวขึ้นหน้าสวยไปให้กับตอร์เรสเข้าเขตโทษไปพยายามจะยิงให้ได้แต่จังหวะสุดท้ายต้องยอมแนวรับนอริชยังตามมาช่วยบล็อกเอาไว้ได้อีก เชลซีพยายามบุกอีกทีแต่ก็ไม่ได้จบ

จบเกมเชลซีเอาชนะนอริชไม่ได้เสมอกันไป 0-0 ชวดโอกาสขึ้นนำจ่าฝูงเลยแค่ตามห่างแมนฯ ซิตี้กับลิเวอร์พูลแต้มเดียวแต่ก็แข่งมากกว่าคะแนนนึง หากจะเอาแชมป์ต้องภาวนาทั้งสองทีมสะดุดนัดหน้าแล้วไปลุ้นต่อนัดสุดท้าย

ส่วนนอริชเสมอหนนี้ตามหลังซันเดอร์แลนด์ที่อยู่ในโซนปลอดภัย 2 แต้มแต่พวกเขาแข่งมากกว่าก็ต้องตามแช่งเหมือนกัน

นอริช ซิตี้
Starting Formation: 4-5-1
1. จอห์น รัดดี้ 6.0
2. รัสเซลล์ มาร์ติน 6.0
3. สตีเฟ่น วิทเทเกอร์ 7.0
6. ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์ 7.5
24. ไรอัน เบนเนตต์ 7.5
4. แบรดลี่ย์ จอห์นสัน 6.0
27. อเล็กซานเดอร์ เท๊ทเทย์ 7.0
8. โจนาธาน ฮาวสัน 6.0
23. มาร์ติน โอลส์สัน 5.5
7. โรเบิร์ต สน็อดกราส 5.5
16. โยฮัน เอลมานเดอร์ 69′ 5.0
ตัวสำรอง
13. มาร์ค บันน์
5. เซบาสเตียน บาสซง
10. เลรอย เฟอร์
17. เอลเลียต เบนเนตต์
22. นาธาน เรดมอนด์ 69′ 5.5
9. ริคกี้ ฟาน โวลฟ์วิงเคล
11. แกรี่ ฮูเปอร์
ผู้จัดการทีม
นีล อดัมส์

กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์ชิงแชมป์เอเชีย U-23 ทีมชาติไทย 3-0 มาเลเซีย

คลิปไฮไลท์ชิงแชมป์เอเชีย U-23 ทีมชาติไทย 3-0 มาเลเซีย

Facebook iconFa …