คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้Liverpool 3-2 Manchester City

ลิเวอร์พูล 3-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ลิเวอร์พูล 3-2 แมนซิตี้

คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 แมนฯ ซิตี้

Liverpool 3-2 Manchester City

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2557

Full Highlights

1-0 Sterling (6′) // 2-0 Skrtel (26′) // 2-1 Silva (57′) // 2-2 Johnson (og) (62′) // 3-2 Coutinho (78′)

ไฮไลท์ฟุตบอล## สามารถดูได้บน Smart Phone:


[videojs mp4=”http://dl-15.one2up.com/onetwo/content/2014/4/13/07d627615c5c106eb36663a65ff55d6f.mp4″]

จังหวะหมดเวลานักเตะลิเวอร์พูลดีใจ เจอร์ราร์ดร้องไห้ออกมา

Full Match ดูบอลย้อนหลัง## สามารถดูได้บน Smart Phone:

Liverpool vs Manchester City


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม แอนฟิลด์
อาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2557
กรรมการ มาร์ค แคลทเท่นเบิร์ก
ลิเวอร์พูล 3-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1-0 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง 6′
2-0 มาร์ติน สเคอร์เทล 26′
3-2 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 78′
2-1 ดาบิด ซิลบา 57′
2-2 เกล็น จอห์นสัน 62′ (Og.)

ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มจัดจ้านชนะมาแล้ว 9 เกมรวดก่อนลงสนามเกมสุดสำคัญพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้คู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงโดยพวกเขามีสถิติเล่นในแอนฟิลด์กับ”เรือใบสีฟ้า”เป็นอย่างดีแพ้แค่เกมเดียวจาก 16 นัดในพรีเมียร์ลีกโดยครั้งสุดท้ายคือปี 2003 ซึ่งเกมนี้เบรนแดน ร็อดเจอร์สส่งนักเตะชุดใหญ่ลงสนามเต็มพิกัดนำโดยสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, หลุยส์ ซัวเรซและแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ด้านซิตี้ทำผลงานในเกมเยือนช่วงหลังยอดเยี่ยมเหลือเกินไม่แพ้ใครมาแล้ว 10 นัดแถมในเกมนี้มานูเอล เปเญกรินี่ได้แวงซ็องต์ กอมปานีกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บเล็กน้อยเมื่อวานผ่านความฟิตลงมาบัญชาเกมในแดนหลังโดยมีเอดิน เชโก้กับดาบิด ซิลบา, เฆซุส นาบาส, ซาเมียร์ นาสรี่และยาย่า ตูเร่คอยเติมเกมรุกขณะที่เซร์คิโอ อเกวโร่ที่เพิ่งหายเจ็บมีชื่อเป็นเพียงสำรองก่อน
4′
คูตี้จูนเรดาห์ลองส่องไกลไม่ตรงกรอบ
โอกาสยิงครั้งแรกของเกมเป็นทางฝั่งของลิเวอร์พูลเมื่อพวกเขาเติมเกมขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายโดยฟลานาแกนจ่ายบอลกลับมาให้เฮนเดอร์สันต่อสั้นๆไปให้คูตินโญ่กระชากก่อนหนึ่งจังหวะแล้วยิงไกลทันทีทว่าบอลเบาเกินไปและไม่ตรงกรอบ

6′

นำเร็วอีกแล้ว!ราฮีมโคตรนิ่งยิงตุงหงส์นำ 1-0
หลังจากนั้นไม่นานราฮีมโชว์สเต็ปสุดยอดโดยเขาได้บอลแทงทะลุช่องมาจากซัวเรซเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนล็อคหนีกอมปานีสองจังหวะแล้วจัดการแปบอลเข้าประตูไปแบบโล่งๆชนิดที่ไม่มีใครคาดฝันจริงๆเป็นประตูที่ 100 รวมทุกรายการของ”หงส์แดง”ในซีซั่นนี้อีกต่างหาก
10′
หงส์ชิ่งอย่างแหล่มกลีชี่ช่วยเรือทัน
ลิเวอร์พูลบุกขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมอีกแล้วทางริมเส้นฝั่งซ้ายโดยเป็นการทำชิ่งจังหวะเดียวกันของฟลานาแกน, เฮนเดอร์สันและสเตอร์ลิ่งก่อนที่ราฮีมกระชากหายเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายจนสุดเส้นหลังแล้วเปิดเข้ากลางที่มีซัวเรซและสเตอร์ริดจ์รออยู่แต่กลีชี่ยังหุบเข้ามาโขกทิ้งพ้นอันตรายไปได้ทัน
14′

ยาย่าซัดไกลไม่ได้ลุ้น
แมนฯ ซิตี้มีโอกาสยิงครั้งแรกของเกมเมื่อเชโก้ทำได้ดีลากหนีสเคอร์เทลไปจนสุดเส้นหลังด้านซ้ายแล้วจ่ายคืนไปให้ยาย่าจับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วปั่นด้วยขวาจากระยะ 20 หลาทว่าบอลลอยโด่งเกินไปและเจ้าตัวมีอาการเจ็บบริเวณหัวเข่าด้วย
15′
พลาดเลย!หริดทิ้งโอกาสทองยิงไม่เต็มเอง
เกมรุกของลิเวอร์พูลน่ากลัวเหลือเกินและเป็นราฮีมอีกแล้วที่กระชากไปตรงริมเส้นด้านขวาแล้วเปิดเร็วเข้ากลางทันทีมีสเตอร์ริดจ์วิ่งเข้ามาแปด้วยซ้ายข้างถนัดจังหวะเดียวแต่โดนไม่ดีทำให้บอลบานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

19′

เรือลางไม่ดี!ยาย่าเล่นต่อไม่ไหวการ์เซียลงแทน
สุดท้ายยาย่า ตูเร่จอมทัพของ”เรือใบสีฟ้า”ฝืนเล่นต่อไปไม่ไหวต้องค่อยๆเดินออกจากสนามทำให้เปเญกรินี่ต้องทำใจส่งฆาบี การ์เซียลงสนามมาปักหลักในแดนกลางแทนเป็นแผนเฉพาะหน้า
25′
ขิงโขกเต็มฮาร์ทเซฟได้ไง
เกมโต้กลับของ”หงส์แดง”ดูแล้วอันตรายเหลือเกินและเกือบมาได้ลุ้นอีกรอบเมื่อราฮีมลากขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจ่ายไปทางขวาให้สเตอร์ริดจ์พยายามจ่ายกลับไปให้ซัวเรซแต่โดนเตะทิ้งออกหลังและจากเตะมุมนี้เองเจอร์ราร์ดวิ่งหนีตัวประกบมาโขกคนเดียวทว่าฮาร์ทโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้ทันเวลา

26′

ไม่รอด!พี่คาร์ฟโขกเตะมุมตุงตาข่าย
แต่”เรือใบสีฟ้า”ไม่รอดในจังหวะเตะมุมครั้งต่อไปคราวนี้เป็นเจอร์ราร์ดที่เล่นลูกสูตรเปิดไปทางเสาแรกให้สเคอร์เทลเทคตัวโขกกลับหลังบอลพุ่งผ่านมือของฮาร์ทเข้าไปกองก้นตาข่ายเป็นประตูที่ 7 ของเขาในฤดูกาลนี้แถมเรียกเสียงเชียร์ให้เดอะ ค็อปดังสนั่นแอนฟิลด์แล้ว
32′
เชโก้หลุดยิงติดหัวขิง
“เรือใบสีฟ้า”มีลุ้นเหมือนกันเมื่อฟลานาแกนจ่ายบอลพลาดไปเข้าเท้าของซิลบาที่แทงทะลุช่องเร็วให้เชโก้ลากเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนจะสับไกยิงไปโดนบล็อคของเจอร์ราร์ดที่วิ่งสุดชีวิตลงมาช่วยทันทำให้บอลออกหลังไปเท่านั้น
33′

ซาโก้เสียบเลอะเทอะเกือบเสียโทษ
เกิดจังหวะปัญหานิดหน่อยเมื่อบอลกระดอนไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายของลิเวอร์พูลแล้วซาโก้วิ่งเข้ามาเสียบแบบโฉ่งฉ่างไม่โดนทั้งบอลและคนแต่จังหวะที่เชโก้กระโดดหลบนั้นขาของเขาไปโดนหัวของกองหลังน้ำหอมก่อนล้มลงทว่าแคลทเท่นเบิร์กไม่ได้เป่าเป็นการฟาวล์ให้เตะออกจากหน้าประตูเท่านั้น
42′
ไม่จ่าย!คูตี้ฝืนยิงเองสุดผิดหวัง
คูตินโญ่ใจแคบเกินไปเลยเมื่อเขาตัดบอลมาจากการ์เซียได้ก่อนจะพยายามลากจี้เข้าหาปากประตูโดยด้านซ้ายมีราฮีมกับสเตอร์ริดจ์รออยู่ส่วนด้านขวามีซัวเรซยืนโล่งๆแต่ดาวเตะบราซิลไม่ยอมส่งขอยิงเองออกหลังไปแบบน่าผิดหวังสุดๆ
44′
ราฮีม, จีเจช่วยเคลียร์จากเส้นหวุดหวิด
“เรือใบสีฟ้า”ก็เล่นสวนกลับได้อันตรายเช่นกันและเป็นจังหวะที่นาบาสลากบอลตรงริมเส้นด้านขวาก่อนเปิดเข้ากลางให้ซิลบาสอดมาโขกไปโดนซาโก้ก่อนออกหลังไปและจากลูกเตะมุมนี้”หงส์แดง”รอดเสียประตูแบบหวุดหวิดเมื่อมิโญเล่ต์ออกมาตัดพลาดกอมปานีได้โขกราฮีมโขกออกมาจากเส้นยังไม่พ้นจอห์นสันต้องมาช่วยอีกแรงช่วยให้ทีมพ้นอันตรายไปได้

45′

แฟร์นานดินโญ่อัดเต็มมิโญเล่ต์ซูเปอร์เซฟ
“หงส์แดง”รอดเสียประตูอีกครั้งในจังหวะที่นาบาสอีกแล้วได้บอลในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนงัดบอลเปิดเข้ากลางไปทางเสาสองบอลมาถึงแฟร์นานดินโญ่เอี้ยวตัววอลเล่ย์เต็มดอกแต่มิโญเล่ต์พุ่งปัดบอลทิ้งออกไปได้ก่อนที่แฟร์นานดินโญ่จะไปโดนใบเหลืองแก่ๆเมื่อออกหมัดใส่ซัวเรซจังหวะปะทะกันริมเส้นด้านซ้าย

HALF TIME
48′
ราฮีมลากอย่างหล่อยิงอย่างง่อย
ราฮีมออกลีลาการลากเลื้อยได้อย่างยอดเยี่ยมอีกแล้วเมื่อพลิกบอลผ่านนักเตะแมนฯ ซิตี้ออกมาได้ 2 คนตรงกลางสนามก่อนลากจี้เข้าหากรอบเขตโทษทว่าจังหวะที่พยายามยิงนั้นกลับบอลโด่งออกไปแบบน่าเสียดายจริงๆ
53′
หม่อมกัดพุ่งไม่โดนเหลืองสอง
ซัวเรซทำให้ตัวเองสุ่มเสี่ยงจะโดนใบแดงเมื่อโดนเดมิเคลิสเข้าบอลก่อนจะล้มกลิ้งลงไปแบบแทบที่จะไม่มีการปะทะกันทำให้นักเตะ”เรือใบสีฟ้า”พยายามเข้ามากดดันแคลทเท่นเบิร์กให้ชักใบเหลืองแดงให้กองหน้าอุรุกวัยแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้”หม่อมกัด”รอดตัวไปอีกครั้ง
56′
ซิลบายิงเข้าแต่ไม่ได้
“เรือใบสีฟ้า”ส่งบอลเข้าประตูไปแล้วแต่ไม่ได้เพราะจังหวะก่อนหน้านั้นมิลเนอร์ทำบอลออกเส้นหลังสนามไปก่อนจะเปิดกลับมาให้ซิลบาซัลโวตาข่ายทำให้บรรดาสาวก”หงส์แดง”ใจหายวาบไปได้เหมือนกัน

57′

จนได้!ซิลบาเข้าฮอร์สไม่เหลือเรือตาม 2-1
แต่แล้ว”เรือใบสีฟ้า”ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ในจังหวะที่มิลเนอร์ทำชิ่งกับแฟร์นานดินโญ่เข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนตบกลับมาให้ซิลบายิงเข้าไปง่ายๆนับเป็นการออกสตาร์ตครึ่งหลังที่ดีของทีมเยือนจริงๆ
60′
ซิลบามาแรงหงส์เกือบไป
ตอนนี้เกมของ”หงส์แดง”ช็อตไปดื้อๆและเป็นซิลบาที่โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกลากบอลเข้าไปสับจังหวะแรกติดสเคอร์เทลก่อนที่บอลจะมาถึงเขาอีกครั้งแล้วเปิดเข้ากลางมีเชโก้อยู่หน้าปากประตูแต่เข้าไม่ถึงทำให้”หงส์แดง”รอดตัวไปได้อีกครั้ง

62′

เสมอ!เรือบี้หนักจอห์นสันยิงตัว
จนแล้วจนรอด”หงส์แดง”มาโดนยิงประตูตีเสมอจนได้เลยในจังหวะที่พวกเขาเติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษด้านซ้ายที่ซิลบาพยายามเปิดบอลเข้ากลางแล้วไปโดนปลายเท้าของจอห์นสันก่อนเปลี่ยนทางมิโญเล่ต์พยายามเหยียดขาสกัดแต่ไม่พ้นทำให้บอลเข้าไปกองก้นตาข่ายในท้ายที่สุด

67′
เรือส่งกุนบีบหัวใจแฟนส่ง
“หงส์แดง”มาพลาดเลยในจังหวะที่เฮนเดอร์สันจ่ายบอลคืนหลังพลาดสเคอร์เทลวิ่งตามไม่ทันเชโก้วิ่งเข้ามายิงตูมเดียวจากระยะ 15 หลาแต่ไปตรงตัวของมิโญเล่ต์แล้วเป็นเจอร์ราร์ดที่ตามมาเตะทิ้งออกไปได้หวุดหวิดโดยหลังจากนั้นเปเญกรินี่ส่งเซร์คิโอ อเกวโร่ลงมาแทนเชโก้
75′
เรือเกือบได้!ซิลบาขาสั้นเข้าไม่ถึง
แนวรับของลิเวอร์พูลมาพลาดอีกแล้วเมื่อสเคอร์เทลเข้าพรวดทำให้กุนลากเดี่ยวเข้าหากรอบเขตโทษก่อนจ่ายถวายพานไปทางขวาให้ซิลบาที่วิ่งหนีซาโก้มาได้พยายามเหยียดขาเข้าชาร์จแต่โดนแค่ปลายสตั๊ตทำให้บอลไม่ตรงกรอบ

78′

พลาดบ้าง!กอมปานีเสียท่าคูตี้กดไม่เหลือ
แต่แล้ว”เรือใบสีฟ้า”ก็มาพลาดบ้างแถมยังต้องชดใช้ครั้งใหญ่ในจังหวะทุ่มจากด้านขวาของสนามแล้วกอมปานีเตะบอลพลาดมาเข้าทางตีนของคูตินโญ่วิ่งมายิงด้วยขวาแบบไม่ต้องจับบอลผ่านมือของฮาร์ทเข้าไปซุกก้นตาข่ายแบบหมดจดจริงๆ
82′
เดมิเคลิสโขกเข้ามือมิโญเล่ต์
“เรือใบสีฟ้า”ต้องเปิดเกมบุกแหลกอีกครั้งและมาได้เตะมุมทางริมเส้นด้านขวาโดยเป็นซิลบาที่โยนเข้าไปตรงกลางประตูมีเดมิเคลิสพยายามเทคตัวขึ้นโขกได้บอลตกพื้นแต่ไปเข้ามือของมิโญเลต์ที่ยืนตำแหน่งไว้ได้ดี

90+3′
เฮนโด้เสียบน่าเกลียดโดนแดงเลย
ลิเวอร์พูลมาเหลือ 10 คนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อเฮนเดอร์สันจับบอลห่างจากตัวเป็นวาก่อนพุ่งไปเสียบเปิดปุ่มใส่นาสรี่แบบน่าเกลียดทำให้แคลทเท่นเบิร์กแจกใบแดงไม่มีรีรอโดยก่อนหน้านั้นสเคอร์เทลใช้มือเล่นบอลในกรอบแต่กรรมการมองไม่เห็นทำให้ไม่โดนจุดโทษด้วย

หงส์จมเรือทิ้งสิงห์ 5 แต้ม
สุดท้าย”หงส์แดง”เอาตัวรอดพร้อม 3 คะแนนล้ำค่าทำให้พวกเขามี 77 แต้มจาก 34 นัดนำเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่างเชลซี 5 คะแนนและ”เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7 คะแนนก่อนเข้าสู่ช่วง 4 เกมสุดท้ายของฤดูกาลท่ามกลางความหวังการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกเริ่มจะสดใสขึ้นเรื่อยๆ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
Starting Formation: 4-2-3-1
1. โจ ฮาร์ท
5. แวงซ็องต์ กอมปานี
4. ปาโบล ซาบาเลต้า
26. มาร์ติน เดมิเคลิส
22. กาแอล กลีชี่
42. ยาย่า ตูเร่ 19′
25. แฟร์นานดินโญ่
8. ซาเมียร์ นาสรี่
15. เฆซุส นาบาส 50′
21. ดาบิด ซิลบา
10. เอดิน เชโก้ 68′
ตัวสำรอง
30. คอลเตส ปานติลิม่อน
6. โจลีออน เลสค็อตต์
13. อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ
14. ฆาบี การ์เซีย 19′
7. เจมส์ มิลเนอร์ 50′
9. อัลบาโร่ เนเกรโด้
16. เซร์คิโอ อเกวโร่ 68′
ผู้จัดการทีม
มานูเอล เปเญกรินี่

6113__6041__blgtekqcmaaqhym

8428__4034__484568285_10

5829__8294__484568169_10

7596__9062__blglofoceaazs1l

2692__3500__blgk8tocqaa_ti7

8598__8978__city-3

Liverpool v Manchester City - Premier League

กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 กาตาร์ 1-3 เซเนกัล

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 กาตาร์ 1-3 เซเนกัล

Facebook iconFa …