คลิปไฮไลท์ แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค Real Madrid 1-0 Bayern Munich

คลิปไฮไลท์ แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค Real Madrid 1-0 Bayern Munich
คลิปไฮไลท์ แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค Real Madrid 1-0 Bayern Munich

คลิปไฮไลท์ แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค

Real Madrid 1-0 Bayern Munich

วันพุทธที่ 23 เมษายน 2557

Goal

1-0 Benzema 19′

ไฮไลท์ฟุตบอล## สามารถดูได้บน Smart Phone:


[videojs mp4=”http://contenti1.espn.com.br/video/b127299f-8d74-351a-972b-0a3b4848dd9e_2986.mp4″]

Full Match ดูบอลย้อนหลัง## สามารถดูได้บน Smart Phone:

Real Madrid vs Bayern Munich

==

 

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
พุธที่ 23 เมษายน 2557
กรรมการ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์
เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค
1-0 คาริม เบนเซม่า 19′
คลิปไฮไลท์การแข่งขัน เรอัล มาดริด 1-0 บาเยิร์น มิวนิค

คาร์โล อันเชล็อตติได้รับข่าวดีเมื่อคริสติอาโน่ โรนัลโด้หายเดี้ยงกลับมาลงสนามได้ทันเวลาทำให้เกมนี้แนวรุกดูน่ากลัวลงตัวมากขึ้นแต่ข่าวร้ายก็มีเหมือนกันเมื่อแกเร็ธ เบลปีกหน้าลิงมาอาการป่วยก่อนเกมทำให้มีชื่อเป็นเพียงสำรองเท่านั้นโดยเป็นโอกาสของอังเคล ดิ มาเรียที่ลงมากระชากลากเลื้อยแทน

ด้านเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็มีข่าวดีเช่นกันเมื่อมานูเอล นอยเออร์นายด่านจอมหนึบหายเจ็บกลับมาเฝ้าเสาเหมือนที่คาดเอาไว้แต่รายชื่อสำรองนั้นมีนายทวารอยู่ถึงสองรายส่วนตำแหน่งอื่นๆนั้นยังมีฟร้องค์ ริเบรี่, อาร์เยน ร็อบเบนและมาริโอ มานด์ซูคิชนำเกมบุกเช่นเคย
10 ‘
เริ่มเกมบาเยิร์นพับสนาม
แม้จะเป็นเจ้าถิ่นแต่ช่วงแรกนั้น”ราชันชุดขาว”กลับโดนบาเยิร์นบุกใส่อยู่ตลอดเวลาทว่าแชมป์เยอรมนีก็ได้แต่ครองบอลยังไม่มีโอกาสหาจังหวะปิดสกอร์ได้เหมือนกัน
13′
หัวไข่ซัดติดบล็อคออกหลัง
โอกาสลุ้นจบสกอร์ครั้งแรกของเกมก็เป็นของบาเยิร์นจนได้โดยเป็นจังหวะที่ริเบรี่คายบอลต่อไปให้ร็อบเบนลากด้วยซ้ายแล้วใส่ทันทีนอกกรอบเขตโทษระยะราว 20 หลาทว่าบอลไปแฉลบกองหลังของมาดริดก่อนออกไปแบบมีเสียว
14′
ชไวนี่โขกได้ลุ้นเลย
จากจังหวะเตะมุมนี่เอง”เสือใต้”มาได้ลุ้นต่อเมื่อโครสเปิดจากมุมด้านซ้ายมาหน้าปากประตูแล้วเป็นชไวน์สไตเกอร์โถมขึ้นโขกเหนือใครกดบอลลงพื้นแต่ไปตรงตัวของกาซีญาสที่ปักหลักรับบอลเอาไว้ไม่มีกระฉอก

19′

สวนกลับได้ผล!น้องเบนซ์ปิดกล่องราชันนำเฉย
แต่แล้วหลังจากที่บุกอยู่เพลินๆบาเยิร์นมาเสียประตูแบบต้องช็อคกันทั้งทีมในจังหวะที่เรอัลสวนกลับเร็วให้โคเอนเทราลากทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วปาดเข้ากลางไปทางเสาไกลที่มีเบนเซม่าวิ่งเข้ามาแปบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายโล่งๆไม่มีเหลือ
21′
โด้โขกติดนอยเออร์
มาดริดมาได้โอกาสงามอีกครั้งเหมือนกันเมื่อดิ มาเรียเติมเกมขึ้นมาด้านขวาก่อนล็อคบอลให้เข้าเท้าซ้ายข้างถนัดแล้วโยนเข้ากลางที่มีโรนัลโด้รอจังหวะกระโดดโขกบอลไปเข้าซองของนอยเออร์อย่างน่าเสียดาย
23′
ดิ มาเรียส่องไกลยังไม่ได้
จังหวะสวนกลับของมาดริดมาได้ลุ้นอีกแล้วเมื่อเบนเซม่าพาบอลไปถึงระยะราว 35 หลาแล้วส่งเข้ากลางให้ดิ มาเรียพยายามหาช่องสับด้วยซ้ายข้างถนัดทว่าบอลไปตรงตัวของนอยเออร์ที่ตั้งมั่นรับเอาไว้ได้
27′

พลาดได้ไง!โด้หลุดยิงข้ามคานเฉย
บาเยิร์นเจอจังหวะโต้กลับเร็วเล่นงานจนเกือบเสียประตูอีกแล้วคราวนี้เป็นทีของโคเอนเทราที่ลากขึ้นมาด้านซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางให้โรนัลโด้วิ่งเข้ามาแปคนเดียวโล่งๆแต่ทำเสียของไปเฉยเพราะยิงข้ามคานชนิดที่เจ้าตัวโมโหตัวเองที่ทำหมูหกเสียได้
36′
มาดริดหลังแน่นพี่เสือเจาะยาก
แม้บาเยิร์นจะครองบอลบุกได้มากกว่าแต่ดูเหมือนวันนี้กองหลังของมาดริดก็ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนกันอย่างเช่นจังหวะที่ร็อบเบนลากบอลขึ้นมาแต่ไม่สามารถทำอะไรต่อได้ต่อฝืนยิงด้วยซ้ายจากนอกกรอบซึ่งบอลก็หลุดออกหลังไปอีกครั้งหนึ่ง

41′

พลาดอีกรอบ!ดิ มาเรียซัดโด่งนกตายเลย
โอกาสทองของมาดริดหลุดลอยไปอีกครั้งเมื่อโคเอนเทราโยนบอลจากทางริมเส้นด้านซ้ายเข้ามาบอลเลยหัวของโรนัลโด้มาตกใส่ดิ มาเรียที่อยู่คนเดียวโล่งๆจับบอลก่อนเอี้ยวตัววอลเล่ย์ด้วยซ้ายทว่าดันไปช้อนใต้บอลทำให้ลอยโด่งออกไปไม่ได้ลุ้นเลย

HALF TIME
47′
ราชันเริ่มดีโด้ยิงนอยเออร์ต้องปัด
เริ่มครึ่งหลังกลับเป็นฝ่ายของมาดริดที่ดูดีกว่าและกองหลังของบาเยิร์นก็เคลียร์บอลกันไม่ขาดปล่อยให้โรนัลโด้หลุดเข้ากรอบเขตโทษด้านขวาแล้วพยายามยิงหักข้อมาหน้าปากประตูทำให้นอยเออร์ต้องพุ่งไปปัดบอลทิ้งเอาไว้ก่อนให้กองหลังมาช่วยเคลียร์อีกรอบ
51′
ลาห์มเปิดแฉลบเกือบเข้าเหมือนกัน
บาเยิร์นบุกขึ้นมาได้ดีเหมือนกันโดยเป็นลาห์มพยายามลากบอลไต่ริมเส้นด้านขวาแล้วเปิดบอลเข้ากลางไปแฉลบรามอสก่อนที่บอลจะย้อยเหมือนจะลงตรงใต้คานทำให้กาซีญาสต้องกระโดดปัดบอลทิ้งออกหลังเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน
62′

พี่เสือตื้อบุกไม่ค่อยขึ้น
เกมของบาเยิร์นไม่ไหลลื่นเหมือนทุกเกมที่ผ่านมาโดยโอกาสส่วนใหญ่มาจากความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะที่พยายามลากบอลขึ้นมาหาจังหวะเข้าทำเองซึ่งร็อบเบนก็สามารถทำได้หนึ่งครั้งโดยลากบอลเข้าหากรอบเขตโทษก่อนสับด้วยซ้ายแต่ไม่ผ่านมือของกาซีญาส
69′
โด้ยิงอีกยังติดนอยเออร์
เล่นไปเล่นมามาดริดกลับสนุกกับการครองบอลอยู่ข้างเดียวชนิดที่บาเยิร์นต้องลงไปตั้งรับตลอดและเป็นโรนัลโด้ที่ได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อเขาได้บอลลากเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วสับไกทันทีทว่านอยเออร์ยังปัดบอลทิ้งออกหลังได้ทันเวลา

73′
เป๊ปปรับเกมส่งมุลเลอร์, เกิทเซ่เติมแนวรุก
เมื่อเห็นลูกทีมทำเกมไม่ขึ้นทำให้เป๊ปต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเกมโดยส่งแข้งสำรองลงมาไล่เลี่ยกันสองคนโดยเป็นฆาบี มาร์ติเนซลงมาแทนราฟินญ่าและมาริโอ เกิทเซ่ลงสนามมาเติมเกมบุกแทนริเบรี่รวมถึงโธมัส มุลเลอร์ที่มาแทนชไวน์สไตเกอร์ที่เล่นไม่ออกส่วนมาดริดต้องเอาเปเป้ที่เดี้ยงออกแล้วให้ราฟาเอล วารานลงมาแทนแล้วถอดโรนัลโด้ที่ไม่ค่อยฟิตออกพร้อมส่งแกเร็ธ เบลลงสนาม
81′

มุลเลอร์สับไกได้เสียวเหมือนกัน
บาเยิร์นได้โอกาสทองเลยในจังหวะที่เกิทเซ่พลิกบอลได้หน้าปากเขตโทษก่อนปล่อยให้มุลเลอร์ฉกบอลไปยิงแฉลบวารานก่อนเฉี่ยวเสาออกไปแบบได้ลุ้นเลยทีเดียวซึ่งหลังจากนั้นอันเชล็อตติส่งอิญาร์ราเมนดี้ลงมาแพ็คแดนกลางแทนอิสโก้ที่มีใบเหลืองติดตัว
85′
เซฟได้ไง!เกิทเซ่ยิงเต็มไม่ผ่านพี่อิเคร์
มาดริดเกือบเสียท่าเลยในจังหวะที่โมดริชไปหวงบอลสุดเส้นหลังประตูตัวเองด้านขวาก่อนที่มุลเลอร์จะฉกมาได้แล้วผ่านบอลให้เกิทเซ่จับก่อนหนึ่งทีแล้วอัดด้วยขวาเต็มข้อแต่กาซีญาสโชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้แบบสุดเหลือเชื่อ
90′
มุลเลอร์กลิ้งจะเอาจุดโทษ
มุลเลอร์โวยวายจะเอาจุดโทษเลยในจังหวะที่มานด์ซูคิชโขกต่อมาให้เขาพลิกบอลหน้าปากประตูก่อนจะพยายามตวัดยิงแต่โดนอลอนโซ่เข้ามาจากด้านหลังทว่าดาวยิงเยอรมนีก็ดูเหมือนจะทรุดไปเองเหมือนกันด้วย

มาดริดได้เปรียบก่อนบุกอัลลิอันซ์
สุดท้ายมาดริดคุมเกมไว้ได้หมดก่อนปิดเกมคว้าความได้เปรียบมหาศาลไปได้ก่อนด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้บาเยิร์นต้องกลับไปแก้ตัวกันใหม่ในเกมที่อัลลิอันซ์ อารีน่าเพื่อความหวังในการผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ต่อไป

บาเยิร์น มิวนิค
Starting Formation: 4-2-3-1
1. มานูเอล นอยเออร์ 6
4. ดันเต้ 5
13. ราฟินญ่า 67′ 5
17. เจโรม บัวเต็ง 5
27. ดาบิด อลาบา 7
7. ฟร้องค์ ริเบรี่ 74′ 5
10. อาร์เยน ร็อบเบน 6
21. ฟิลิปป์ ลาห์ม 7
31. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ 74′ 6
39. โทนี่ โครส 7
9. มาริโอ มานด์ซูคิช 6
ตัวสำรอง
32. ลูคัส รีเดอร์
29. ลีโอพอลด์ ซีนเจอร์เล่
8. ฆาบี มาร์ติเนซ 67′
19. มาริโอ เกิทเซ่ 74′
23. มิตเชลล์ ไวเซอร์
25. โธมัส มุลเลอร์ 74’
14. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่
ผู้จัดการทีม
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

กดติดตามเพจเราได้ที่นี่เลย

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

Check Also

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่น 2-1 สเปน

คลิปไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่น 2-1 สเปน

Facebook iconFa …